top of page
  • รูปภาพนักเขียนวัดทองศาลางาม

โลกที่หมุนไป เราต้องอยู่ได้บนแรงโน้มถ่วง

โลกจริงที่หมุนไป

แต่ละวันที่เราต้องกิน-ใช้ ต่อคำถามที่ว่าทำไมข้าวของแพงขึ้นทุกวัน อาจเป็นคำถามที่คนวัย 25+ เริ่มรู้สึกและไม่ค่อยชอบใจนักกับสิ่งของที่เคยคุ้นเริ่มมีราคาที่แตกต่าง แต่หากวัย 40 ขึ้นไป แม้ไม่ได้รู้สึกดีแต่ก็คงเลิกสงสัยและยอมรับได้ว่ามันต้องเป็นเช่นนั้น “ค่าครองชีพ” เป็นเพียงสิ่งที่ได้มาและหายไปของหลายคน เพราะ “ต้องกิน” และ “จำเป็นต้องใช้” นี่คือสิ่งแรกที่ต้องเข้าใจว่าโลกหมุนไป เราหยุดไม่ได้หากชีวิตยังต้องดำเนิน

หลายคนก้าวเดินไปข้างหน้า หางาน ทำเงิน เพื่อที่จะคว้าสิ่งที่อยากได้มาให้ได้ บางทีโลกก็หมุนไปให้เราได้มาจนวันหนึ่ง แต่ก็หลงลืมไปว่า โลกมันไม่ได้หยุดเดินในวันที่เราได้มา หลังจากวันนั้นมันก็เสื่อมค่า เสื่อมถอย ผุพัง เสียหาย เปลี่ยนสภาพไปตามกาลเวลา เช่น การกว่าจะมีรถสักคัน เมื่อได้มาแล้วใช้ไป หากมองอย่างเข้าใจ แม้จะผ่อนหมดหรือซื้อเงินสดมา เราก็จะระลึกได้ว่า ก็ยังคงต้องทำเงิน เพื่อจะได้มีรถคันใหม่มาแทนที่คันนี้ แต่ถ้าลืมคิด หรือไม่เคยคิด เมื่อวันที่รถมันเก่า รถมันเริ่มไม่ไหว สิ่งที่ทำได้ก็เพียงทนใช้ไปเพราะไม่มีเงินที่จะมาซื้อ มาดาวน์รถคันใหม่มาแทนที่


การมุ่งหน้าจนได้อะไรมาสิ่งหนึ่งแล้วก็มุ่งไปคว้าสิ่งอื่นต่อไป เมื่อโลกหมุนไปนานขึ้น อาจทำให้สิ่งที่มีเริ่มจางหาย สิ่งใหม่ก็ยังไม่ได้มา เรี่ยวแรงจะมุ่งหา 2-3 สิ่งให้ได้พร้อมกันนั้น มันไม่ง่ายเลย และเป็นเรื่องธรรมดาที่ยิ่งมีรายได้ ยิ่งได้มาก ยิ่งต้องจ่ายมากขึ้นตามกันหากไม่ได้เฉลียวใจ “ก็หมุนไม่ทัน”

กับสิ่ง “ที่ไม่ใช่สิ่งของ” ก็เช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นความรู้สึก หรือความสัมพันธ์ การที่โลกหมุนไปย่อมทำให้หลายปัจจัยเปลี่ยนแปลง ความจำเป็น ระยะทาง ปัจเจก ความจำเพาะบุคคล มิอาจหยุดนิ่งให้ไม่มีสิ่งใดส่งผลต่อเราหรือใคร ดังเช่น ตุ๊กตาตัวเก่า เสื้อตัวเก่ง แม้จะโทรมแค่ไหนเรายังรู้สึกดีกับสิ่งนั้นได้ก็จริงอยู่ แต่วันหนึ่งมันก็จะมีภาวะที่เป็นไป เช่น ของเล่นชิ้นที่เคยโปรดแค่ไหน โตมาก็ใช่ว่าจะรู้สึกดีหากไปนั่งเล่นกับมัน (เพราะโตแล้ว) ผ้าห่มผืนน้อย เสื้อตัวโปรด ที่เราไม่เคยรังเกียจแม้จะเก่าแค่ไหน แต่ก็คงรู้สึกไปได้ไม่ตลอด ไม่ต่างกับความสัมพันธ์ต่อสิ่งมีชีวิตที่ย่อมมีปัจจัยทำให้แยกออกจากกัน เป็นเรื่องยากที่จะใช้ชีวิตกับเพียงบางสิ่งตลอดไปเสมือนไม่มีสิ่งใดสำคัญอีกแล้วบนโลกนี้ เพื่อนรัก คนสนิท ครอบครัว ล้วนผูกติดไว้ไม่ได้ตลอดไป แล้วบางทีในมุมเขาเหล่านั้นก็อาจเป็นฝ่ายไม่ต้องการเราก่อนอีกด้วย

และนี่คือโลกแห่งความเป็นจริง ที่มันต้องหมุนไป พ้องไปกับที่กล่าวกันว่าเราจะถอยหลังเมื่อหยุดนิ่ง มันก็จริงอย่างไม่ต้องสงสัย

แรงโน้มถ่วง

แม้เราจะรู้หรือเข้าใจกันดีอยู่ว่าโลกจริงต้องหมุนไป คล้ายชีวิตต้องดำเนินต่อไป แต่โลกก็ยังมีอีกสิ่งที่เรียกว่า แรงโน้มถ่วง ที่ทำให้ทุกอย่างมีน้ำหนักและติดอยู่กับโลกนี้ เปรียบได้ว่าในทุกการเคลื่อนไหวเราต้องออกแรงเพื่อที่จะ ลุก เดิน หรือก้าวไป ไม่เพียงเท่านั้นมันยังทำให้เรา “เจ็บ” อีกด้วยถ้าล้มลง การมีบางสิ่งมาถ่วงให้เราหนัก ก็เหมือนดังอุปสรรคฉุดไว้ให้เดินลำบาก…

หากแค่ตัวเราลำพังการแค่หมุนตามโลกอาจไม่ลำบากนัก แต่เราล้วนมีความรู้สึก มีความขี้เกียจ มีปมในใจ มีคนรอบข้าง มีสังคม สิ่งแวดล้อม กระทั่งความผิดพลาดในอดีตของเราเอง เหล่านี้คือสิ่งที่ ถ่วง ให้ไม่ได้เดินหน้าไปได้ง่าย ๆ ใครปลดเปลื้องได้ ปล่อยวางได้ จัดการได้ดีกว่า ย่อมเบาตัวกว่าไปได้ง่ายไปได้เร็วกว่า…

คนอยู่เฉย ๆ ย่อมไม่เหนื่อย คนเดินเหนื่อยน้อยกว่าคนวิ่ง คนวิ่งอาจเหนื่อยน้อยกว่าคนที่ต้องแบก เราล้วนต้านแรงโน้มถ่วงที่ไม่เท่ากัน หากเลือกจะอยู่เฉยโลกก็จะเคลื่อนที่หนีไปอยู่ดี…

เมื่อโลกหมุน อายุ อันหมายถึงสภาพร่างกาย เงินเฟ้อ อันหมายถึงความมั่นคง และความรู้สึกอันหมายถึงความสัมพันธ์ เหล่านี้เสื่อมถอยเปลี่ยนแปลง ตราบใดที่เราใช้ชีวิตอยู่บนโลกก็ต้องยอมรับทำความเข้าใจ และอยู่ได้บนแรงโน้มถ่วงเช่นนี้…

อาจพูดได้เพียงว่า เป็นกำลังใจให้เรา มนุษย์โลก…


การมุ่งหน้าจนได้อะไรมาสิ่งหนึ่งแล้วก็มุ่งไปคว้าสิ่งอื่นต่อไป เมื่อโลกหมุนไปนานขึ้น อาจทำให้สิ่งที่มีเริ่มจางหาย สิ่งใหม่ก็ยังไม่ได้มา เรี่ยวแรงจะมุ่งหา 2-3 สิ่งให้ได้พร้อมกันนั้น มันไม่ง่ายเลย และเป็นเรื่องธรรมดาที่ยิ่งมีรายได้ ยิ่งได้มาก ยิ่งต้องจ่ายมากขึ้นตามกันหากไม่ได้เฉลียวใจ “ก็หมุนไม่ทัน”

กับสิ่ง “ที่ไม่ใช่สิ่งของ” ก็เช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นความรู้สึก หรือความสัมพันธ์ การที่โลกหมุนไปย่อมทำให้หลายปัจจัยเปลี่ยนแปลง ความจำเป็น ระยะทาง ปัจเจก ความจำเพาะบุคคล มิอาจหยุดนิ่งให้ไม่มีสิ่งใดส่งผลต่อเราหรือใคร ดังเช่น ตุ๊กตาตัวเก่า เสื้อตัวเก่ง แม้จะโทรมแค่ไหนเรายังรู้สึกดีกับสิ่งนั้นได้ก็จริงอยู่ แต่วันหนึ่งมันก็จะมีภาวะที่เป็นไป เช่น ของเล่นชิ้นที่เคยโปรดแค่ไหน โตมาก็ใช่ว่าจะรู้สึกดีหากไปนั่งเล่นกับมัน (เพราะโตแล้ว) ผ้าห่มผืนน้อย เสื้อตัวโปรด ที่เราไม่เคยรังเกียจแม้จะเก่าแค่ไหน แต่ก็คงรู้สึกไปได้ไม่ตลอด ไม่ต่างกับความสัมพันธ์ต่อสิ่งมีชีวิตที่ย่อมมีปัจจัยทำให้แยกออกจากกัน เป็นเรื่องยากที่จะใช้ชีวิตกับเพียงบางสิ่งตลอดไปเสมือนไม่มีสิ่งใดสำคัญอีกแล้วบนโลกนี้ เพื่อนรัก คนสนิท ครอบครัว ล้วนผูกติดไว้ไม่ได้ตลอดไป แล้วบางทีในมุมเขาเหล่านั้นก็อาจเป็นฝ่ายไม่ต้องการเราก่อนอีกด้วย

และนี่คือโลกแห่งความเป็นจริง ที่มันต้องหมุนไป พ้องไปกับที่กล่าวกันว่าเราจะถอยหลังเมื่อหยุดนิ่ง มันก็จริงอย่างไม่ต้องสงสัย

แรงโน้มถ่วง

แม้เราจะรู้หรือเข้าใจกันดีอยู่ว่าโลกจริงต้องหมุนไป คล้ายชีวิตต้องดำเนินต่อไป แต่โลกก็ยังมีอีกสิ่งที่เรียกว่า แรงโน้มถ่วง ที่ทำให้ทุกอย่างมีน้ำหนักและติดอยู่กับโลกนี้ เปรียบได้ว่าในทุกการเคลื่อนไหวเราต้องออกแรงเพื่อที่จะ ลุก เดิน หรือก้าวไป ไม่เพียงเท่านั้นมันยังทำให้เรา “เจ็บ” อีกด้วยถ้าล้มลง การมีบางสิ่งมาถ่วงให้เราหนัก ก็เหมือนดังอุปสรรคฉุดไว้ให้เดินลำบาก…

หากแค่ตัวเราลำพังการแค่หมุนตามโลกอาจไม่ลำบากนัก แต่เราล้วนมีความรู้สึก มีความขี้เกียจ มีปมในใจ มีคนรอบข้าง มีสังคม สิ่งแวดล้อม กระทั่งความผิดพลาดในอดีตของเราเอง เหล่านี้คือสิ่งที่ ถ่วง ให้ไม่ได้เดินหน้าไปได้ง่าย ๆ ใครปลดเปลื้องได้ ปล่อยวางได้ จัดการได้ดีกว่า ย่อมเบาตัวกว่าไปได้ง่ายไปได้เร็วกว่า…

คนอยู่เฉย ๆ ย่อมไม่เหนื่อย คนเดินเหนื่อยน้อยกว่าคนวิ่ง คนวิ่งอาจเหนื่อยน้อยกว่าคนที่ต้องแบก เราล้วนต้านแรงโน้มถ่วงที่ไม่เท่ากัน หากเลือกจะอยู่เฉยโลกก็จะเคลื่อนที่หนีไปอยู่ดี…

เมื่อโลกหมุน อายุ อันหมายถึงสภาพร่างกาย เงินเฟ้อ อันหมายถึงความมั่นคง และความรู้สึกอันหมายถึงความสัมพันธ์ เหล่านี้เสื่อมถอยเปลี่ยนแปลง ตราบใดที่เราใช้ชีวิตอยู่บนโลกก็ต้องยอมรับทำความเข้าใจ และอยู่ได้บนแรงโน้มถ่วงเช่นนี้…

อาจพูดได้เพียงว่า เป็นกำลังใจให้เรา มนุษย์โลก…



ดู 0 ครั้ง0 ความคิดเห็น

โพสต์ล่าสุด

ดูทั้งหมด

Comments


bottom of page